บอกตามตรงว่าก่อนไป เราก็แอบไม่เชื่อค่ะ ว่าห่างจากเฉิงตูแค่ 4-5 ชั่วโมง จะมีธารน้ำแข็งของจริงให้เห็นกับตา แบบไม่ต้องบินไปสวิส ไม่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น ที่นี่คือ ต๋ากู่ปิงชวน (达古冰川 Dágǔ Bīngchuān)

อำเภอเฮยสุ่ย (黑水 Hēishuǐ ) เขตอาป้า มณฑลเสฉวน เขาเล่ากันว่าธารน้ำแข็งแห่งนี้เพิ่งถูกค้นพบจากภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อปี 1992 นี่เอง จนถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่ถูกค้นพบใหม่ล่าสุดของโลก และมีสโลแกนน่ารักมากว่า "最近的遥远 — ความห่างไกลที่ใกล้ที่สุด" แค่ได้ยินก็อยากเก็บกระเป๋าแล้วใช่ไหมคะ

ออกเดินทางจากเฉิงตู
เราออกจากเฉิงตูแต่เช้าตรู่ นั่งรถราวๆ 4-5 ชั่วโมง เส้นทางวิ่งเลียบแม่น้ำหมินเจียง (岷江 Mínjiāng)
ผ่านเวิ่นชวน (汶川 Wènchuān) และเม่าเซี่ยน (茂县 Màoxiàn) วิวสองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนจากตึกเป็นหุบเขาสูงชัน สลับกับหมู่บ้านชาวเชียงและชาวทิเบตที่เกาะอยู่ตามไหล่เขา

ก่อนเข้าตัวอำเภอจะผ่านหมู่บ้านโบราณเซ่อเอ่อร์กู่ (色尔古藏寨 Sè'ěrgǔ) ที่ได้ฉายาว่าปราสาทโบราณแห่งตะวันออก บ้านหินเรียงซ้อนกันตามเนินเขาสวยแปลกตามาก แวะยืดเส้นยืดสายถ่ายรูปได้กำลังดี ยังไม่ทันเบื่อก็ถึงแล้วค่ะ


รถอุทยานที่แวะได้ทุกป้าย
เข้าเขตอุทยานแล้วต้องนั่งรถของอุทยานขึ้นไปยังสถานีกระเช้า ซึ่งบอกเลยว่าไม่มีช่วงไหนน่าเบื่อ เพราะรถจะจอดตามจุดชมวิวเป็นป้ายๆ ป้ายที่เราชอบสุดคือทะเลสาบจินโหวไห่ (金猴海 Jīnhóuhǎi) ที่มีฝูงลิงป่ามารอต้อนรับริมถนนแบบไม่กลัวคนเลย (ระวังของกินในมือด้วยนะคะ น้องจ้องอยู่ค่ะ)


ถัดไปมีสะพานหงจวินเฉียว (红军桥 Hóngjūnqiáo) จุดที่กองทัพแดงเคยเดินทัพผ่านในสมัยเดินทางไกล แล้วก็ทะเลสาบเจ๋อน่าชั่ว (泽娜措 Zénàcuò) น้ำนิ่งใสจนเห็นเงาขอนไม้สะท้อนเหมือนกระจก
ปิดท้ายด้วยทะเลสาบต๋ากู่ (达古湖 Dágǔhú) ที่เกิดจากน้ำแข็งละลาย สีฟ้าอมเขียวแปลกตาสุดๆ กล้องแทบไม่ได้พักค่ะ
กระเช้าสู่ 4,860 เมตร
ไฮไลต์เริ่มตรงนี้ค่ะ กระเช้าที่ว่ากันว่าเป็นกระเช้าโดยสารที่สูงที่สุดในโลก พาเราลอยขึ้นสู่ระดับ 4,860 เมตรในเวลาราว 15 นาที ช่วงแรกข้างล่างยังเป็นป่าสนเขียวๆ อยู่เลย แป๊บเดียวทุกอย่างก็ค่อยๆ กลายเป็นหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ในกระเช้าเงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงว้าวของทุกคนสลับกับเสียงชัตเตอร์ หัวใจเต้นแรงมาก จะเพราะความสูงหรือความตื่นเต้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ 555

ข้างบนคืออีกโลกหนึ่งเลย
ประตูกระเช้าเปิดปุ๊บ ลมเย็นเฉียบตีหน้าทันที อุณหภูมิต่างจากข้างล่างแบบคนละโลก ตรงหน้าคือธารน้ำแข็งและลานหิมะกว้างสุดตา ธงมนต์ห้าสีพลิ้วตัดกับฟ้าสีเข้มจัดแบบที่ถ่ายยังไงก็สวย มีทางเดินไม้ให้ค่อยๆ เดินชมรอบจุดชมวิว และป้าย 4860 ที่ทุกคนต้องต่อคิวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก อากาศข้างบนเบาบางจนรู้สึกได้ทุกลมหายใจ เดินช้าๆ นะคะ
(ย้ำว่าช้าๆ ที่ความสูงนี้ห้ามรีบเด็ดขาด) มือเย็นจนกดชัตเตอร์แทบไม่ไหว แต่ก็หยุดถ่ายไม่ได้จริงๆ ค่า



คาเฟ่ที่เหงาที่สุดในโลก
มาถึงจุดที่ทุกคนรอ! บนยอดมีคาเฟ่เล็กๆ ที่ได้ฉายาว่า "คาเฟ่ที่เหงาที่สุดในโลก 最孤独的咖啡馆" เพราะตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางหิมะที่ระดับ 4,860 เมตร ข้างนอกหนาวจนหน้าชา แต่พอผลักประตูเข้ามา ข้างในอุ่นและหอมกลิ่นกาแฟฟุ้งไปทั้งร้าน เราสั่งโกโก้ร้อนมาอุ่นมือ นั่งริมกระจกมองธารน้ำแข็งตรงหน้าแบบชิลๆ ราคาแก้วละประมาณ 30-40 หยวน แพงกว่าข้างล่างนิดหน่อย แต่ถือว่าจ่ายค่าวิวล้วนๆ


ในร้านยังมีของที่ระลึกและโปสการ์ดน่ารักๆ ให้หยิบติดมือกลับไปด้วย นั่งจิบไปมองหิมะไป แอบคิดในใจว่านี่เรากำลังกินกาแฟบนความสูงเกือบ 5,000 เมตรอยู่จริงๆ เหรอเนี่ย คุ้มทุกบาทค่ะ


เส้นทางเที่ยวฉบับคนเคยไป
ขอกระซิบทริคสำคัญค่ะ พอเข้าอุทยานแล้ว ให้นั่งรถตรงขึ้นไปต่อกระเช้าเลย อย่าเพิ่งแวะทะเลสาบ เพราะยิ่งสายคิวกระเช้ายิ่งยาว ขึ้นไปเก็บวิวข้างบนและจิบกาแฟให้เต็มอิ่มตอนที่แรงยังเยอะ (อยู่ข้างบนราว 40 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงกำลังพอดี ไม่ควรอยู่นานกว่านั้นนะคะ) แล้วค่อยลงมาไล่เก็บทะเลสาบทีละป้ายตอนขาลง แบบนี้จะได้ครบทุกจุดแบบไม่เหนื่อยเกินไป และอย่าลืมว่ากระเช้ารอบขึ้นรอบสุดท้ายประมาณบ่ายสามครึ่ง วางแผนเวลาเผื่อไว้หน่อยนะคะ
ทริคเที่ยวแบบไม่แพ้ความสูง
- คืนก่อนเดินทางนอนให้พอ งดแอลกอฮอล์ ช่วยได้เยอะมากค่ะ
- เดินช้า พูดช้า หายใจลึกๆ ถึงยอดแล้วอย่าเพิ่งวิ่งหรือกระโดดถ่ายรูปทันทีนะคะ
- ออกซิเจนกระป๋องมีขาย และข้างบนมีจุดพักเติมออกซิเจนไว้บริการด้วยค่ะ
- เสื้อกันหนาวกันลม หมวก ถุงมือ จำเป็นมาก ต่อให้หน้าร้อนข้างบนก็เย็นเฉียบ
- แว่นกันแดดกับครีมกันแดดห้ามลืม หิมะสะท้อนแสงแรงกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ
- พกน้ำอุ่นติดตัวสักขวด จิบบ่อยๆ ช่วยให้ร่างกายปรับตัวง่ายขึ้นนะคะ
ส่วนค่าเข้าชม บัตรผ่าน 120 หยวน รถอุทยาน 70 หยวน และกระเช้าไป-กลับ 180 หยวน รวมประมาณ 370 หยวน (ช่วงฤดูหนาวมีโปรลดเหลือราวๆ 310 หยวน) ราคาอาจปรับได้ เช็กอีกครั้งก่อนเดินทางนะคะ
ไปช่วงไหนสวยสุด
ข้างบนมีหิมะให้เห็นเกือบทั้งปีค่ะ แต่แต่ละฤดูให้ฟีลต่างกันไปเลย ถ้าให้เลือก ปลายตุลาถึงต้นพฤศจิกาคือช่วงนางฟ้า เพราะเส้นทางจะผ่านไหน่จื่อโกว (奶子沟 Nǎizǐgōu) ป่าเปลี่ยนสี 80 ลี้ ทั้งแดง ส้ม เหลือง ละลานตาเต็มหุบเขา ได้ทั้งหิมะและใบไม้เปลี่ยนสีจบในทริปเดียว

ธันวาถึงมีนาคือหิมะหนาฟูขาวทั้งหุบเขาเหมือนเมืองในนิทาน พฤษภาถึงมิถุนามีดอกกุหลาบพันปีบานแซมตามไหล่เขา ส่วนกรกฎาถึงสิงหาเป็นหน้าฝน ฟ้าอาจไม่ค่อยเป็นใจ ถ้าเลี่ยงได้แนะนำให้เลี่ยงช่วงนี้นะคะ

นอนที่ไหนดี
ส่วนใหญ่จะพักกันแถวเมืองหลูฮวา (芦花镇 Lúhuā) ตัวอำเภอเฮยสุ่ยซึ่งอยู่ห่างอุทยานไม่ไกล มีที่พักให้เลือกหลากหลาย แต่ถ้าอยากได้ฟีลพิเศษกว่านั้น ลองพักโฮมสเตย์ในหมู่บ้านทิเบตหยางหรงฮาเต๋อ (羊茸哈德 Yángrónghādé) ดูค่ะ เป็นหมู่บ้านชาวทิเบตเจียหรงเล็กๆ ริมลำธาร บ้านไม้อบอุ่นน่ารัก ตื่นเช้ามาเปิดหน้าต่างเจอวิวภูเขา สูดอากาศเย็นๆ ฟินไปอีกแบบเลยค่า


ใครที่ฝันอยากเห็นธารน้ำแข็งสักครั้งในชีวิต แต่ยังไม่พร้อมบินไกลถึงยุโรป ต๋ากู่ปิงชวนคือคำตอบที่ใกล้และง่ายที่สุดแล้วค่ะ นั่งกระเช้าแป๊บเดียว ได้ยืนอยู่บนความสูงเกือบ 5,000 เมตร แตะหิมะจริง จิบกาแฟร้อนๆ กลางธารน้ำแข็ง แถมระหว่างทางยังมีทั้งทะเลสาบ ลิงป่า และหมู่บ้านทิเบตให้เก็บอีกเพียบ กลับมาแล้วยังคิดถึงอยู่เลยค่า

สนใจทริปเสฉวน-ธารน้ำแข็งต๋ากู่ ทักมาคุยกันได้เลยนะคะ Line: @rejoining www.rejoiningtravel.com

