แพลนการเดินทาง
วันที่ 1 : เดินทางสู่อี้หนิง ไข่มุกแห่งเอเชียกลาง
วันที่ 2 : หุบเขาเซี่ยถ่า – เมืองโบราณหกเหลี่ยม
วันที่ 3 : ทุ่งหญ้าน่าลาถี หนึ่งในทุ่งหญ้าที่สวยที่สุดในซินเจียง
วันที่ 4 : ทะเลสาบไซ่หลี่มู่ ไข่มุกแห่งเส้นทางสายไหม
วันที่ 5 : เดินทางกลับไทย – รีวิวภาพรวมทริปนี้
หลังจากที่ได้ไปเที่ยว ซินเจียงเหนือ มาเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 5 วันเต็ม ๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังเผลอนั่งคิดถึงท้องฟ้าสีฟ้าใสและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาอยู่เป็นประจำ วันนี้เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์แบบจริงจัง เผื่อจะช่วยเป็นแนวทางให้ใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวซินเจียงอยู่ได้นะคะ
ทริปนี้เราเช่ารถพร้อมคนขับในซินเจียง เพราะซินเจียงเป็นเขตปกครองตนเองที่ใหญ่มาก ๆ ใหญ่จนเทียบได้กับทั้งประเทศหนึ่งเลยก็ว่าได้ การเดินทางแต่ละจุดค่อนข้างใช้เวลาเยอะ เฉลี่ยจากที่หนึ่งไปอีกที่ก็ประมาณ 3–4 ชั่วโมง บางวันอาจจะนานถึง 7 ชั่วโมงเลยทีเดียว แถมเส้นทางบางช่วงก็อาจจะไม่ได้ง่ายนัก โดยเฉพาะถ้าไม่ชินกับพื้นที่ เราเลยเลือกวิธีที่สบายที่สุดคือเช่ารถพร้อมคนขับส่วนตัว ไม่ต้องขับเอง อยากแวะตรงไหนก็คุยกับคนขับได้เลย ที่สำคัญคือระหว่างทางวิวสวยมากกกก จนนั่งมองเพลิน ๆ ไปตลอดทางแบบไม่เบื่อเลยค่ะ และสิ่งที่ชอบมากอีกอย่างคือแพ็กเกจนี้มี ที่พักระดับ 4 ดาว พร้อม อาหารเช้าฟรีทุกวัน ช่วยประหยัดเวลาและงบตอนเช้าไปได้เยอะ ส่วนมื้อกลางวันกับเย็นเราเลือกกินเองตามเมืองต่าง ๆ ก็เลยได้ลองของท้องถิ่นหลากหลาย สนุกมากค่ะ
วันที่ 1 : เดินทางสู่อี้หนิง ไข่มุกแห่งเอเชียกลาง

เมืองอี้หนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองอีหลี-คาซัค
ทริปนี้เราเริ่มต้นกันที่กรุงเทพฯ โดยบินกับสายการบิน Air China ไปยังเมืองอี้หนิง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซินเจียงค่ะ (ค่าตั๋วอยู่ที่ ~20k ต่อคน) เส้นทางบินของเราคือ: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) → เปลี่ยนเครื่องที่ปักกิ่ง / ปักกิ่ง → เปลี่ยนเครื่องที่คาลามาอี้ (Karamay) / คาลามาอี้ → อี้หนิง (Yining) รวมเวลาเดินทางแบบรวมหยุด รอ และนั่งเครื่องอยู่บนฟ้าเกือบทั้งวัน ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 16 ชั่วโมง เลยค่ะ… เตรียมตัวกันมาดี ๆ นะคะ
เช่ารถธรรมดาแบบ 7 ที่นั่ง แนะนำมากัน 2-4 คนจะนั่งสบายเลย
พอถึงสนามบินอี้หนิง เราได้นัดคนขับรถส่วนตัวไว้ล่วงหน้า โดยแจ้งเวลาเครื่องถึงไว้ก่อนแล้ว ซึ่งคนขับเป็นคนจีน พูดอังกฤษไม่ได้ค่ะ — แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะเราสื่อสารกันผ่านแอป WeChat ได้สบายมาก แค่พิมพ์จีนง่าย ๆ หรือใช้ฟังก์ชันแปลในแอป ก็พอเข้าใจกันแล้วค่ะ
ไฟลท์ของเรามาถึงอี้หนิงประมาณ 6 โมงเย็น ตามเวลาจีน พอผ่านตม. รับกระเป๋า และออกจากสนามบิน กว่าจะได้ออกสนามบินก็ทุ่มกว่า ๆ ตอนนั้นอากาศเย็นกำลังดี และที่สำคัญคือ… ท้องฟ้ายังสว่างอยู่! เพราะที่ซินเจียงเขาใช้เวลาเดียวกับปักกิ่ง (เวลาในซินเจียง: ความต่างระหว่าง เวลาท้องถิ่น และ เวลาปักกิ่ง) แต่ในความเป็นจริง ซินเจียงอยู่ทางตะวันตกมาก ๆ เลยทำให้เวลาพระอาทิตย์ตกช้ากว่าปกติ บางวันก็เกือบสามทุ่มฟ้ายังไม่มืดเลย
จริง ๆ แล้วแถวโรงแรมเราก็มีแหล่งเดินเล่นอยู่ แต่หลังจากเดินทางมา 16 ชั่วโมงเต็ม… เราขอเลือกอาบน้ำแล้วล้มตัวนอนเลยดีกว่า เพื่อจะได้พร้อมลุยเต็มที่ในวันรุ่งขึ้นค่ะ
วันที่ 2 : หุบเขาเซี่ยถ่า - เมืองโบราณหกเหลี่ยม

เช้าวันนี้เราตื่นแต่เช้าเพื่อมากินอาหารเช้าฟรีที่โรงแรม เมนูอาหารก็ทั่ว ๆ ไปตามสไตล์โรงแรมจีนค่ะ กินง่าย ไม่หรูแต่ครบถ้วนดี ถือเป็นการเติมพลังให้พร้อมก่อนออกเดินทางในวันนี้ เวลา 08.30 น. ล้อหมุนออกจากเมืองอี้หนิง มุ่งหน้าไปยังเขตท่องเที่ยวธรรมชาติที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งในซินเจียงตอนเหนือ — เซี่ยถ่า (夏塔景区) เส้นทางวันนี้ใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง ก็จะถึงค่ะ
เมื่อมาถึงจุดแรกคือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเซี่ยถ่า (夏塔游客中心) ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องเสียค่าเข้า 80 หยวน (รวมรถรับ–ส่งในอุทยาน) แต่ในแพ็กเกจเช่ารถได้รวมค่าตั๋วและค่ารถไว้หมดแล้วค่ะ ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเลย จากศูนย์นักท่องเที่ยว เราต้องนั่งบัสสายหลักเข้าอุทยานประมาณ 50 นาที แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถเล็ก (shuttle bus) เพื่อไปยัง สะพานขนส่ง (转运桥) และ สะพานแม่ทัพ (将军桥)
จากตรงนี้สามารถเลือกได้ว่าจะเดินเท้าหรือขี่ม้าต่อไปยังจุดไฮไลต์ของที่นี่คือ “ลานดอกไม้” (鲜花台) ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่าและทุ่งหญ้า บรรยากาศเงียบสงบสุด ๆ เรามาเที่ยวช่วงฤดูร้อนพอดี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของที่นี่เลยค่ะ — ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ถือว่าเป็นฤดูที่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยวเซี่ยถ่า เพราะมีดอกไม้บานและฝูงสัตว์เล็มหญ้าให้เห็นเป็นระยะ แค่ได้มายืนเงียบ ๆ สูดอากาศและมองวิว ก็รู้สึกว่าทุกอย่างคุ้มค่ามาก ๆ แล้วค่ะ และขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า… มันสวยจนเกินจะบรรยายจริง ๆ

จุดถ่ายรูป 1 : ข้างสะพานขนส่ง (转运桥) จะมีเนินเล็กริมแม่น้ำ ฉากหลังเป็นภูเขาหิมะสุดอลังการ

จุดถ่ายรูป 2 : ทางเดินไม้หลังสะพานขนส่ง เดินเลยไปอีกประมาณ 200 เมตร จะเจอ ต้นไม้แห้งรูปทรงแปลก ๆ

จุดถ่ายรูป 3 : ลานดอกไม้ (鲜花台) ทุ่งดอกไม้บานสะพรั่งสลับกับพื้นหญ้าเขียว

จุดถ่ายรูป 4 : บ้านหมายเลข 3 (3号房子) “มุมดินแห้งต้นหอม”
ประมาณ 15.00 น. เราจะออกจากเซี่ยถ่าสู่ เมืองถัวเค่อซือ (เตเกส บากัว) ซึ่งเป็นเมืองหายากในจีนที่ถนนตัดกันเป็นรูปแปดเหลี่ยมตามหลักฮวงจุ้ยจีนโบราณ ออกแบบตาม “แผนผังแปดเหลี่ยม” จึงมีฉายาว่า “เมืองแปดทิศ” เมืองมีความสงบ สะอาด และเป็นระเบียบ ถนนทุกสายตัดผ่านจากศูนย์กลางเมือง เหมาะกับการเดินชมเมือง ถ่ายรูป และพักผ่อน หรือชิมของกินพื้นเมืองอร่อย ๆ ตามร้านอาหารสไตล์คาซัค-อุยกูร์

มื้อเที่ยงและเย็นอิสระ เลยลองชิมอาหารท้องถิ่นแบบเต็มที่

Muma's Ice Cream (姆玛的冰淇淋) ร้านไอศกรีมฝีมือคุณยาย

บรรยากาศยามค่ำคืนภายในเมือง มีการแสดงตามถนน
วันที่ 3 : ทุ่งหญ้าน่าลาถี หนึ่งในทุ่งหญ้าที่สวยที่สุดในซินเจียง

ทุ่งหญ้าน่าลาถี สวรรค์บนดินที่หลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง
วันนี้เราออกจากที่พักตั้งแต่ 8 โมงเช้า โดยมีเป้าหมายคือ ทุ่งหญ้าน่าลาถี ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของทริปซินเจียงเหนือเลยค่ะ เราออกเดินทางจากเมืองเท่อเค่อซือ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง รวมเวลาจอดพักระหว่างทาง ก็เดินทางมาถึงน่าลาถีช่วงบ่ายโมงกว่า ๆ อากาศวันนี้ถือว่าเป็นใจ ท้องฟ้าแจ่มใสและอุณหภูมิไม่ร้อนจนเกินไป
ทุ่งหญ้าน่าลาถี (Nalati Grassland) เป็นพื้นที่ทุ่งหญ้าธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในเมืองซินหยวน (新源) ได้รับการจัดอันดับให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุดด้านการท่องเที่ยว ด้วยความที่ธรรมชาติยังคงความสมบูรณ์แบบสุด ๆ ทั้งหิมะบนยอดเขาที่เห็นได้ไกล ๆ ทุ่งหญ้าที่เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา และลำธารน้ำใสไหลผ่านท่ามกลางฝูงวัวแกะ ทำให้ที่นี่กลายเป็น หนึ่งใน 4 ทุ่งหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เลยทีเดียวค่ะ
น่าลาถีมีเส้นทางท่องเที่ยวหลักให้เลือก 3 สาย แต่ละสายมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน:

空中草原 (ทุ่งหญ้าลอยฟ้า / Sky Grassland)
河谷草原 (ทุ่งหญ้าหุบเขา / Valley Grassland)

盘龙古道 (เส้นทางโบราณบนเขา / Panlong Ancient Trail)
วันนี้เราเลือกไปเส้นทาง “ทุ่งหญ้าลอยฟ้า” (空中草原) เพราะเป็นเส้นที่เปิดกว้างและวิวอลังการมาก มีแม่น้ำสายเล็ก ๆ ตัดผ่านทุ่งเขียว ๆ ให้ได้ถ่ายรูปกันแบบฉ่ำใจ
ทุ่งดอกทิวลิป แนะนำให้ขึ้นไปบนเขาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปในรั้วเล็ก ๆ จะมีดอกไม้เยอะและคนน้อยกว่า
แถวนี้คนจะเยอะเพราะเป็นจุดฮิต แนะนำขึ้นไปด้านบน หรือถ่ายในทุ่งหญ้าด้านล่างก็สวยไม่แพ้กัน
บรรยากาศรอบ ๆ สงบสดชื่น มีกระโจมของคนในท้องที่ด้วย
ที่น่าลาถีจุดเที่ยวหลักมีไม่กี่จุดแต่ว่ากว้างมาก ๆ ถ้าเวลาน้อยเที่ยวแค่ครึ่งวันแบบเรา แนะนำไปจุดทุ่งหญ้าลอยฟ้าจะได้รูปครบกว่า แต่ถ้ามีเวลาเหลือ สามารถไปต่อที่เส้นทางเขาวน (盘龙谷线) ที่มีฝูงวัว-แกะเต็มสองข้างทาง หรือไปที่เส้นทางหุบเขา (河谷草原线) ก็จะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทำเยอะเลย เช่น ขี่ม้า ยิงธนู นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิว ขับมอเตอร์ไซค์วิบาก และพายเรือล่องแก่ง
วันที่ 4 : ทะเลสาบไซ่หลี่มู่ ไข่มุกแห่งเส้นทางสายไหม

ไซ่หลี่มู่ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดและอยู่สูงที่สุดในซินเจียง
วันนี้เราตื่นเช้าและออกเดินทางจากที่พักตอน 8 โมงเช้า โดยมีเป้าหมายคือจุดหมายปลายทางสุดท้ายของทริปซินเจียงเหนือ — ทะเลสาบไซ่หลี่มู่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เช่นเคย ระหว่างทางเรายังคงได้เห็นวิวเทือกเขา ทุ่งหญ้า และฟ้ากว้างที่กลายเป็นภาพจำของทริปนี้ไปแล้วแบบไม่รู้ตัว ประมาณบ่ายโมง เราก็เดินทางมาถึงทะเลสาบไซ่หลี่มู่ ทันทีที่เห็นวิวข้างทาง บอกได้คำเดียวว่า “เหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่ง”
ทะเลสาบไซ่หลี่มู่ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งเส้นทางสายไหม” หรือบางคนก็เรียกว่า “ทะเลสาบสวรรค์” เพราะธรรมชาติรอบทะเลสาบนั้นงดงามเกินบรรยาย น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าใสราวกระจก ทอดตัวยาวท่ามกลางวงล้อมของภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้า และท้องฟ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
ที่นี่ยังเป็น ทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตซินเจียงตะวันตก และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ใครมาเส้นทาง “Silk Road” ก็ไม่ควรพลาดเด็ดขาด
จุดถ่ายรูป 1 : ศาลาขอพรหน้าประตูเหนือ (北门祈福亭) “บันไดสวรรค์” ที่เชื่อมสวรรค์กับผืนน้ำ

จุดถ่ายรูป 2 : โซนต้นสน (松树头) โซนนี้คือแหล่งรถติดของจริง! เป็นทางเดินไม้บริเวณกลางเขา

จุดถ่ายรูป 3 : ทุ่งดอกป๊อปปี้และดอกแฟลกสีน้ำเงิน (虞美人花海) อยู่แถวทางออกตะวันออกเก่า

จุดถ่ายรูป 4 : โซนประภาคาร (灯塔) ช่วงบ่ายแสงกำลังพอดีตรงกับทิศ ตรงเนินหญ้าฝั่งตรงข้ามเต็มไปด้วยดอกไม้บานทั่วแนวเขา
วันที่ 5 : ปิดทริปการเดินทางที่สวยงาม

เผลอแป๊บเดียวก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของทริปซินเจียงเหนือแล้วค่ะ 5 วันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม — ทั้งทุ่งหญ้ากว้างใหญ่แบบไม่มีที่สิ้นสุด ภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใส ฝูงวัวฝูงแกะที่เดินเล็มหญ้าอย่างอิสระ และผู้คนในท้องถิ่นที่อบอุ่นและเป็นมิตร แต่ละวันของทริปนี้ไม่ได้เร่งรีบ แต่กลับเต็มไปด้วยภาพที่สวยมาก ๆ จนกล้องในมือถือแทบจะรับไม่ไหว เราได้นั่งนิ่ง ๆ มองฟ้า กินลม และปล่อยใจให้เดินทางไปกับธรรมชาติแบบที่ไม่ได้ทำมานานแล้ว
รีวิวภาพรวมทริปนี้ การเดินทางสะดวกมาก เพราะเราเลือกเช่ารถพร้อมคนขับตลอดทริป ไม่ต้องวุ่นวายกับการจองที่พักและตั๋ว ที่สำคัญคือได้หยุดแวะตามใจ ถ่ายรูปได้ทุกจุดที่อยากหยุดจริง ๆ เส้นทางก็ครอบคลุมจุดไฮไลต์ของซินเจียงเหนือ ธรรมชาติแต่ละจุดแตกต่างกันชัดเจน ทำให้ไม่มีวันไหนน่าเบื่อเลย
แล้วเราจะกลับมาอีกแน่นอน บางทีครั้งหน้าอาจเป็นฤดูใบไม้ร่วงหรือหิมะขาวก็เป็นได้… แล้วพบกันใหม่นะ “ซินเจียง” ดินแดนที่สวยเกินคำบรรยาย
สำหรับใครที่สนใจเที่ยวแบบนี้ สามารถติดต่อ Rejoining ได้เลยค่ะ บริการดี ราคาเหมาะสม เที่ยวได้ ทั้งปี มีทั้ง โปรแกรมเช่ารถ ซินเจียงเหนือและใต้ ให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ ระยะเวลาเริ่มตั้งแต่ 5 วัน ไปจนถึง 10 วัน หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าซินเจียงเหนือมีอะไรให้น่าเที่ยวบ้าง ? ลองเข้าไปดูโพสต์ “26 ที่เที่ยวซินเจียงเหนือ” ที่ทาง Rejoining รวบรวมไว้ได้เลยค่ะ รับรองว่าภาพจะชวนให้แพ็กกระเป๋าทันที!
