
แพลนการเดินทาง
- วันที่ 1 : บินลัดฟ้าสู่ชิงเต่า – เช็คอินโรงแรมหรู – ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองต้นตำรับ
- วันที่ 2 : ย้อนรอยประวัติศาสตร์สะพานจ้านเจียว – ชมสถาปัตยกรรมโบสถ์เซนต์ไมเคิล – ศูนย์เรือใบโอลิมปิก
- วันที่ 3 : สัมผัสธรรมชาติเกาะเยี่ยนเอ๋อร์ – ชมวิวหินรูปคนแก่ – กิจกรรมเก็บหอยที่เหลาซาน
- วันที่ 4 : อำลาเมืองชิงเต่า – ส่งสนามบินเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
หากพูดถึงเมืองตากอากาศที่มีบรรยากาศผสมผสานระหว่างความเป็นจีนและสถาปัตยกรรมตะวันตกได้อย่างลงตัว “ชิงเต่า” (Qingdao) คือหมุดหมายแรกที่หลายคนนึกถึง เมืองที่เต็มไปด้วยหลังคาสีแดง ต้นไม้เขียวขจี และน้ำทะเลสีคราม จนได้รับฉายาว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออก ทริปนี้เราตั้งใจมาพักผ่อนแบบจริงจัง เน้นความสะดวกสบาย ไม่ต้องรีบร้อนวิ่งตามตารางรถสาธารณะ
เราจึงเลือกใช้บริการ”เช่ารถพร้อมคนขับ” ตลอดทั้งทริป ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้เปลี่ยนประสบการณ์การเที่ยวจีนของเราไปอย่างสิ้นเชิง วันนี้เลยขอมาแชร์แพลนเที่ยวชิงเต่า 4 วัน 3 คืน ฉบับคนรักสบาย พร้อมรีวิวที่พักและการเดินทางให้ฟังค่ะ
ทำไมถึงเลือกเช่ารถเที่ยวในชิงเต่า?
ภาพทิวทัศน์ของชิงเต่าจากระยะไกล
ก่อนจะเข้าสู่แพลนเที่ยว ขอเล่าถึงเหตุผลที่เราเลือกใช้รถส่วนตัวก่อนค่ะ โจทย์ของทริปนี้คือเราต้องการความคล่องตัวและไม่อยากพะวงเรื่องขนย้ายสัมภาระ
รถที่เราเลือกใช้บริการเป็น รถ 7 ที่นั่ง ค่ะ ซึ่งขนาดกำลังพอดีมากๆ สำหรับกรุ๊ปเราที่นั่งกันสบายๆ ประมาณ 4-5 คน ไม่อึดอัดเลยค่ะ แถมเรื่องสัมภาระก็หายห่วง เพราะด้านหลังสามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 21 ถึง 28 นิ้ว ได้ถึง 4-5 ใบ เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเก็บของได้ครบ จุคนได้คุ้ม ไม่ต้องมานั่งเบียดกับกระเป๋า แอร์เย็นฉ่ำ และที่สำคัญคือคนขับรถชำนาญเส้นทางมาก ช่วยจัดการเรื่องจุดจอดและยกกระเป๋าให้ ทำให้เราเหลือพลังงานไว้เดินเที่ยวถ่ายรูปได้เต็มที่ค่ะ
Day 1: เช็คอินชิงเต่า สัมผัสรสชาติต้นตำรับ
การเดินทาง: รถส่วนตัวมารับที่สนามบิน/สถานีรถไฟ
วันแรกเราเดินทางมาถึงชิงเต่า รถที่เราจองไว้ก็มารอรับที่สนามบินเรียบร้อยค่ะ พี่คนขับช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถและพาเรามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อเช็คอินที่โรงแรมก่อนเป็นอันดับแรก การมีรถส่วนตัวทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องการหาทางไปโรงแรมเลย นั่งชมวิวเมืองชิงเต่าไปเพลินๆ ก็ถึงที่พักค่ะ
หลังจากเก็บของเรียบร้อย เราก็เริ่มสำรวจรสชาติของเมืองชิงเต่ากันก่อนเลย โดยเมนูพื้นเมืองที่ห้ามพลาดคือ ข้าวผัดไส้กรอกทะเล เกี๊ยวปลาหมึก (หมึกดำ) และเกี๊ยวน้ำไห่ผิง ซึ่งเป็นรสชาติท้องถิ่นแท้ๆ ที่หาทานได้ยากจากที่อื่น
จากนั้นเราไปเยือนสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง นั่นคือ พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ไปดูต้นกำเนิดของเบียร์ระดับโลกที่โด่งดังไปทั่วสากล เดินชมโรงงานและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ถือเป็นการเริ่มต้นทริปที่ผ่อนคลายและได้ความรู้ไปในตัวค่ะ
บรรยากาศภาพด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ในตอนกลางคืนที่เปิดแสงไฟ ให้เห็นโมเดลเบียร์ชิงเต่าแบบกระป๋องทั้งหมด 4 แบบอย่างสะดุดตาไลน์การผลิตของเบียร์ชิงเต่าที่จัดแสดงให้ผู้ชมได้เห็นกันอย่างตื่นตา
ด้านในพิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่ามีบาร์จำหน่ายเบียร์สำหรับผู้ที่สนใจ
ข้าวผัดไส้กรอกทะเล (海肠炒饭) เมนูซิกเนเจอร์ของชิงเต่าที่ใช้ "ไห่ฉาง" (หนอนทะเล) หั่นชิ้นเล็กๆ ผัดคั่วกับข้าวและกุยช่าย จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบ เด้งสู้ฟัน รสชาติเค็มมันนัวๆ หอมกลิ่นกระทะมากค่ะ
เกี๊ยวปลาหมึกดำ (墨鱼水饺) เกี๊ยวแป้งสีดำสนิทที่นวดผสมกับดีหมึก แต่ข้างในสอดไส้เนื้อปลาหมึกบดขาวจั๊วะ เนื้อเด้งหนึบ รสชาติหวานสดจากทะเลแท้ๆ ไม่คาวเลย เป็นของดีประจำเมืองที่ต้องลองค่ะ
เกี๊ยวน้ำไห่ผิง (海平馄饨) เกี๊ยวน้ำจากร้านในตำนานที่คนท้องถิ่นต่อคิวทาน ทีเด็ดคือแป้งบางแต่ไส้แน่นตู้ม (ลูกใหญ่กว่าเกี๊ยวทั่วไป) น้ำซุปเชงๆ ซดคล่องคอ มีไส้แปลกๆ ให้เลือกเยอะ เช่น ไส้ไข่แดงกุ้ง หรือไส้หอยเป๋าฮื้อค่ะ
Day 2: แลนด์มาร์คสำคัญและสถาปัตยกรรมโรมันการเดินทาง: รถรับจากโรงแรม – เที่ยวในตัวเมือง – ส่งกลับโรงแรม
วันที่สองเราเน้นเก็บจุดเช็คอินสำคัญในตัวเมืองค่ะ เริ่มต้นที่ สะพานจ้านเจียว (Zhanqiao Pier) สะพานที่มีอายุนับร้อยปีและเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดทิวทัศน์ของชิงเต่า ใครมาไม่ถึงตรงนี้ถือว่ามาไม่ถึงชิงเต่านะคะ
หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองชิงเต่า สะพานจ้านเจียว
บรรยากาศนักท่องเที่ยวชื่นชม สะพานจ้านเจียว กันอย่างคับคั่ง
จากนั้นเราไปต่อกันที่ อาสนวิหารเซนต์ไมเคิล (St. Michael’s Cathedral) โบสถ์คาทอลิกที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์โรมันที่ใหญ่ที่สุดในเขตเมืองชิงเต่า และเป็นอาสนวิหารแห่งเดียวในจีน ตัวอาคารสวยงามโดดเด่นมากค่ะ
ภาพมุมมองจากมุมสูงของวิหารเซนต์ไมเคิล
ภาพด้านในตัวอาคารของวิหารเซนต์ไมเคิล
ประติมากรรม พระเม่มารี ที่ตั้งอยู่ด้านนอกของวิหารเซนต์ไมเคิล
ช่วงบ่ายเราแวะไปเดินเล่นที่ หาดทรายที่สอง (Second Bathing Beach) หรือหาดซานไห่กวนลู่ ชายหาดที่นี่มีความลาดเอียงน้อย ทรายนุ่ม คลื่นเล็ก และน้ำใส เหมาะกับการเดินเล่นพักผ่อน ก่อนจะปิดท้ายวันที่ ศูนย์เรือใบโอลิมปิก (Olympic Sailing Center) สถานที่ที่เคยใช้จัดการแข่งขันเรือใบในโอลิมปิกปี 2008 ที่ปักกิ่ง และพาราลิมปิกครั้งที่ 13 เราได้ล่องเรือชมวิวทะเลสวยๆ บรรยากาศดีมากค่ะ
ภาพทิวทัศน์บรรยากาศบริเวณชายหาดที่สอง ที่เป็นจุดเช็คอินหนึ่งที่แสนน่ารักของเมืองชิงเต่า
ภาพบรรยากาศโดยรอบของศูนย์การแข่งเรือใบ ที่เคยจัดโอลิมปิก เป็นสถานที่แสนสดชื่น ลมยามเย็นไหลผ่าน จนอยากมาเดินเล่นบ่อย ๆ เลยค่ะ
Day 3: ดื่มด่ำธรรมชาติและวิวทะเล
การเดินทาง: รถรับจากโรงแรม – โซนธรรมชาติ – ส่งกลับโรงแรม
วันนี้เราออกไปสัมผัสธรรมชาติกันบ้างค่ะ เริ่มที่ เกาะเยี่ยนเอ๋อร์ (Yan’er Island) ที่โอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจี ทะเลสีครามเชื่อมกับท้องฟ้า ทิวทัศน์งดงามดุจภาพวาดเลยทีเดียว ต่อด้วย เกาะเสี่ยวม่าย (Xiaomai Island) ที่มีทิวทัศน์ภายในสวยงามมาก ภูเขาและทะเลเชื่อมต่อกันโดยไม่มีการปรุงแต่งจากมนุษย์มากนัก ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุมค่ะ
เนินด้านข้างหาดเยี่ยนเอ๋อร์ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าสีสันแสนสวย ที่นักท่องเที่ยวหลายท่านนิยมมาถ่ายรูปด้วย
มุมทิวทัศน์ชายหาดของหาดเยี่ยนเอ๋อร์ ที่ซึ่งดูสดชื่นและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
ริมชายหาดของเกาะเสี่ยวม่าย ที่ดูทอดยาวไปถึงอีกฝั่งที่มีทิวทัศน์ของสถาปัตยกรรมยุโรป
ต้นไม้ด้านบนของเกาะเสี่ยวม่าย ที่กลายเป็นจุดถ่ายภาพที่หลายท่านชื่นชอบ
จุดต่อมาคือ หินรูปคนแก่ (Stone Old Man) ห่างจากชายฝั่งออกไปประมาณร้อยเมตร จะมีเสาหินสูง 17 เมตร รูปร่างเหมือนชายชรานั่งอยู่ท่ามกลางคลื่นทะเล ซึ่งเป็นเสาหินกัดเซาะชายฝั่งแบบหินฐานที่โดดเด่นของจีน
ภาพที่ถ่ายผ่านช่องภายในถ้ำที่จะมองเห็นจุดที่เรียกว่า หินคนแก่ ซึ่งเป็นเสาหินที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล
ปิดท้ายกิจกรรมวันนี้ที่ ฮุ่ยฉ่าง (Huichang) ในเขตเหลาซาน ที่นี่เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลเบียร์ชิงเต่าสาขาย่อย และเรายังได้พาเพื่อน ๆ ไปทำกิจกรรมเก็บหอยริมทะเลด้วย เป็นกิจกรรมที่สนุกและผ่อนคลายมากค่ะ
ประติมากรรมจำลองของหาดฮุ่ยฉ่าง ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาทำกิจกรรมเก็บหอยตามชายหาด
Day 4: บอกลาเมืองชิงเต่า
การเดินทาง: รถรับจากโรงแรม – ส่งสนามบิน/สถานีรถไฟ
วันสุดท้าย โปรแกรมของเราไม่มีอะไรมากค่ะ เป็นการเตรียมตัวเดินทางกลับ รถไฟหรือเที่ยวบินขากลับกำลังจะออกเดินทาง ถึงเวลาต้องบอกลาเมืองที่สวยงามแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยกระเบื้องสีแดง ต้นไม้สีเขียว ทะเลสีคราม และท้องฟ้าสีฟ้า
คนขับช่วยจัดการเรื่องกระเป๋าเดินทางไปส่งยังสนามบินหรือสถานีรถไฟ ทำให้ทริปนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบและราบรื่นที่สุด หวังว่าเราจะได้กลับมาพบกันที่นี่อีกครั้งในฤดูกาลที่สดใสครั้งหน้านะคะ
รีวิวที่พัก: Qingdao Jimo Luxury Blue Horizon Grand Hotel
ป้ายด้านหน้าของโรงแรม Qingdao Jimo LUXURY BLUE HORIZON Grand Hotel
ตลอดทริปเราพักกันที่ Qingdao Jimo Luxury Blue Horizon Grand Hotel โรงแรมระดับ 5 ดาวที่ตอบโจทย์การพักผ่อนมากค่ะ
- บรรยากาศ: ล็อบบี้กว้างขวาง โอ่อ่า ตกแต่งหรูหราทันสมัย
- ห้องพัก: ห้องพักกว้างมาก เตียงนอนสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การออกแบบเน้นความโปร่งโล่ง ทำให้ไม่อึดอัด
- อาหารเช้า: ไลน์อาหารหลากหลายและรสชาติดี มีทั้งอาหารจีนและตะวันตก
การเลือกพักที่นี่ถือว่าคุ้มค่ามากค่ะ เป็นโรงแรมที่ได้มาตรฐานและบริการดีเยี่ยม ช่วยเติมเต็มให้ทริปนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ภาพของล้อบบี้ / ห้องอาหาร / ตัวอย่างห้องพักของโรงแรม Qingdao Jimo LUXURY BLUE HORIZON Grand Hotel
สรุปการเดินทาง
การได้มาพักผ่อนที่ชิงเต่าในครั้งนี้ ถือเป็นความทรงจำที่คุ้มค่ามากค่ะ ทั้งบรรยากาศเมืองที่สวยงาม อาหารทะเลสดใหม่ และความสะดวกสบายตลอดการเดินทางที่ทำให้เรามีเวลาซึมซับความสุขได้อย่างเต็มที่
สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วเริ่มสนใจอยากจะลองวางแผนมาเที่ยวจีนดูบ้าง หรือกำลังมองหาผู้ช่วยที่จะทำให้การเดินทางของคุณสะดวกและอุ่นใจยิ่งขึ้น
ทาง Rejoining เราพร้อมดูแลทริปของคุณให้ราบรื่นที่สุดค่ะ เรามีบริการท่องเที่ยวจีนแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น บริการทัวร์ส่วนตัว ที่จัดโปรแกรมตามใจคุณ ทัวร์พร้อมเดินทาง สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว หรือ บริการเช่ารถพร้อมคนขับ ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเดินทางในต่างถิ่น
ที่สำคัญคือ เราไม่ได้ให้บริการแค่ในชิงเต่าเท่านั้นนะคะ แต่เราพร้อมดูแลคุณใน ทุกพื้นที่และทุกเมืองทั่วประเทศจีน เลยค่ะ ไม่ว่าจะขึ้นเหนือ ล่องใต้ หรือจะไปเมืองไหน ก็มั่นใจได้เลยว่าจะมีรถและทีมงานมืออาชีพคอยดูแลอย่างดีแน่นอน
สามารถทักมาพูดคุย ปรึกษาเส้นทาง หรือจองบริการกับทาง Rejoining ได้เลยนะคะ แล้วเรื่องเที่ยวจีนจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณค่ะ
